ร้อยเอ็ด

จังหวัดร้อยเอ็ด เดิมสะกดว่า ร้อยเอ็จ เป็นจังหวัดบริเวณลุ่มแม่น้ำชีในภาคอีสานตอนกลางของประเทศไทย เคยเป็นเมืองที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ โดยปรากฏชื่อในตำนานอุรังคธาตุว่า สาเกตนคร หรือ เมืองร้อยเอ็ดประตู อันเนื่องมาจากเป็นเมืองที่มีความเจริญรุ่งเรื่องโดยที่มีเมืองขึ้นจำนวนมาก การตั้งชื่อเมืองว่า “ร้อยเอ็ดประตู” นั้น น่าจะเป็นการตั้งชื่อเชิงอุปมาอุปไมยให้เป็นศิริมงคลและแสดงถึงความยิ่งใหญ่ของเมืองมากกว่าการที่เมืองจะมีประตูเมืองอยู่จริงถึงร้อยเอ็ดประตู ซึ่งการตั้งชื่อเพื่อแสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองผ่านการมีประตูเมืองจำนวนมากนั้น น่าจะได้รับอิทธิพลหรือแบบอย่างมาจากเมืองหรืออาณาจักรที่เคยรุ่งเรืองในสมัยโบราณอย่างทวารวดีซึ่งมีความหมายว่าเมืองที่มีประตูล้อมรอบเป็นกำแพง หรืออย่างเมืองหงสาวดีที่มีประตูเมืองรายล้อมกำแพงเมืองอยู่ยี่สิบประตู ซึ่งแต่ละประตูนั้นจะตั้งชื่อตามเมืองขึ้นของตน เช่น เชียงใหม่ อโยธยา จังหวัดนครราชสีมา เป็นต้น นอกจากนั้นการตั้งชื่อเมืองให้ดูยิ่งใหญ่เกินจริงเพื่อความเป็นสิริมงคลก็ถือเป็นธรรมดาของการตั้งชื่อเมืองหรืออาณาจักรในสมัยโบราณ

แนะนำที่เที่ยว

  • กู่กาสิงห์ ปราสาทหินค่อนข้างใหญ่และได้รับการบูรณะจนอยู่ในสภาพดี มีปรางค์สามองค์ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงเดียวกัน ด้านข้างต่อด้วยบรรณาลัยทั้งสองด้านและล้อมรอบด้วยกำแพง
  • กู่พระโกนา ประกอบด้วยปรางค์สามองค์ โดยปรางค์องค์กลางถูกดัดแปลงเป็นวิหารพระพุทธบาท และประดับเศียรนาคเจ็ดเศียรของเดิมไว้ด้านหน้า ส่วนปรางค์อีกสององค์ยังมีรูปทรงเป็นปราสาทหินแบบของเดิม
  • เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์ ผืนป่าบนเทือกเขาหินทรายที่ยังมีพรรณไม้หนาแน่นและชุกชุมไปด้วยสัตว์ป่า มีผาพยอมและผาน้ำทิพย์เป็นจุดชมความงามของพระอาทิตย์ขึ้นและตก
  • บึงพลาญชัย บึงน้ำใหญ่สัญลักษณ์ของ จ. ร้อยเอ็ด มีสวนสาธารณะกว้างขวาง ประดับตกแต่งด้วยสวนไม้ดอกสวยงามและร่มรื่น
  • ปรางค์กู่ ปราสาทหินที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งอาณาจักรขอมสร้างขึ้นเพื่อเป็นอโรคยาศาล ประกอบด้วยปรางค์ประธาน กำแพงพร้อมซุ้มประตู และสระน้ำนอกกำแพงที่ได้รับการบูรณะแล้ว
  • พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด สถานที่จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับ จ. ร้อยเอ็ด ทั้งในด้านประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต ประเพณี และศิลปหัตถกรรม นำเสนอในรูปแบบที่ทันสมัยด้วยการใช้สื่อและอุปกรณ์การสนเทศหลากหลาย เช่น ภาพถ่าย แสง-เสียง และหุ่นจำลอง
  • วนอุทยานผาน้ำย้อย ผาหินขนาดใหญ่และมีป่าไม้ปกคลุมในพื้นที่ 2 หมื่นไร่ บริเวณหน้าผามีน้ำไหลซึมตลอดปีจึงเขียวขจีไปด้วยต้นเฟินเต็มหน้าผา และด้านบนเป็นจุดชมทิวทัศน์ได้กว้างไกล บนเขาผาน้ำย้อยยังเป็นที่ตั้งของวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของพระมหาเจดีย์ชัยบาดาลที่สูงถึง 100 ม. และมีสถาปัตยกรรมงดงามมาก
  • วัดบูรพาภิราม เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรัตนมงคลมหามุนี หรือหลวงพ่อใหญ่ พระพุทธรูปปางประทานพรสูงที่สุดในประเทศไทย โดยสูงถึง 67 ม. มองเห็นโดดเด่นจากบึงพลาญชัย
  • สวนพฤกษศาสตร์วรรณคดี เป็นสวนพฤกษศาสตร์ในวรรณคดีประจำภาคอีสาน ในพื้นที่ประมาณ 1,000 ไร่ จัดตั้งภูมิทัศน์อย่างสวยงาม และปลูกต้นไม้ในวรรณคดี เช่น พระเวสสันดร ลิลิตพระลอ และปลูกพืชสมุนไพร
  • สิมวัดไตรภูมิคณาจารย์ โบสถ์เก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยา ที่มีสถาปัตยกรรมรูปแบบพื้นบ้านอีสานและมีลายแกะสลักสวยงาม ภายในมีภาพจิตรกรรมเรื่องพุทธประวัติ
No ratings yet.

รีวิวนี้ ช่วยคุณได้มากน้อยเพียงใด?

Share